ก่อนจะได้หยุดยาวต่อเนื่องสามวัน ผมมีข่าวมาแจ้งให้ทราบ และก็ชวนให้ลองคิดเล่นๆ เพราะมันกระทบต่อพวกเราไม่มากน้อย
อ่านไทยรัฐเมื่อเช้า เจอข่าวกรุงเทพเตรียมเปลี่ยนทะเบียนรถยนต์กันใหม่ครับ!
เรื่องของเรื่องก็มีอยู่ว่า รูปแบบที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ สามารถรองรับจำนวนรถได้อีกไม่เกิน 2 ปีเท่านั้น เพราะแต่ละปี คนกรุงเทพฐานะดีขึ้นเรื่อยๆ ถอยรถใหม่ไม่ต่ำกว่า 2 แสนคัน
จนทำให้ “ทะเบียนรถ” จะหมดสต็อกในเร็วๆนี้
อันนี้เฉพาะของกรุงเทพเท่านั้นครับ จังหวัดอื่นยังไม่ต้องเดือดร้อน
ทีนี้ก็ต้องมาคิดกันใหม่ว่า ทะเบียนรถ ควรจะต้องเติมอะไรลงไป
เมื่อไม่นาน ปัญหาคล้ายๆกันนี้ก็เกิดขึ้นกับหมายเลขโทรศัพท์ ซึ่งทำให้พวกเรา ต้องเติม 8 ต่อท้าย 0 กลายเป็น 08X-XXX-XXXX
ตามข่าว แจ้งมาว่า กรมการขนส่ง เขาคิดรูปแบบทะเบียนอันใหม่ไว้ 4 วิธีด้วยกันครับ
แบบที่ 1. เพิ่มตัวเลขอารบิกนำหน้าตัวอักษรประจำหมวดตัวที่ 1 เริ่มตั้งแต่หมายเลข 1 ไปจนครบทุกตัวอักษร แล้วจึงเปลี่ยนเป็นหมายเลข 2 ไปจนครบตัวอักษร เรียงลำดับจนถึงหมายเลข 9 เช่น 1 กก 1….1 กก 9999, 1 กข 1….1 กข 9999
แบบที่ 2. เพิ่มปี พ.ศ.นำหน้าตัวอักษรประจำหมวดโดยใช้เลขอารบิก เช่น 51 กก 1….51 กก 9999
แบบที่ 3. นำหมายเลขทะเบียนไว้ ด้านหน้าตามด้วยตัวอักษร เช่น 1 กก…9999 กก และ
แบบที่ 4. ใช้ปี พ.ศ.สองตัวท้ายนำหน้าตามด้วยตัวอักษรภาษาอังกฤษตัวพิมพ์ใหญ่ และตามด้วยหมายเลขทะเบียน เช่น 51 AA 1…51 AA 9999
ตอนนี้เขายังไม่สรุปกันว่าจะใช้แบบไหน แต่มีแนวโน้มว่า หวยจะออก “แบบที่ 1″ เพราะไม่ต้องปรับระบบจากเดิมมากนัก
ไม่น่าเชื่อครับว่า ทะเบียนที่ใช้กันอยู่ทุกวันนี้ เริ่มใช้เมื่อปี 41 นี่เอง
แค่ 10 ปีเราก็ต้องคิดใหม่กันแล้ว! แต่ก็ดีครับ จะได้มีเลขทะเบียนนำมาประมูลมากขึ้น
: ข้อมูลบางส่วน จากไทยรัฐ 16 พฤษภาคม 2551
May 16th, 2008
หลังจากเฝ้ารอ corporate blog ของเมืองไทยเสียนาน แต่ก็ยังไม่มีอะไรคืบหน้า ผมก็เลยขอนำ corporate blog ของต่างประเทศมาฝากกันก่อน
ส่วน “บล็อกบริษัท” ในเมืองไทย(ซึ่งเท่าเห็นๆก็มี เซ็นทรัล กับ เคทีซี)นั้น ได้เริ่มขยับแข้งขยับขา ออกสเต็บนิดๆหน่อยๆ แต่ดูเหมือนยังไม่ลงตัว
เอาเป็นว่า รอติดตามกันต่อไป หากมีอะไรเปลี่ยนแปลง ผมจะะนำอัพเดทให้รู้กัน
ในต่างประเทศ corporate blog ก็มีให้เห็นพอสมควร
แต่ถ้านับเป็นจำนวนก็อาจจะยังไม่มากนัก จาก Top 500 บริษัท ตามการจัดอันดับของ Fortune ปรากฏว่ามีเพียง 60 บริษัทหรือราวๆ 12% เท่านั้นที่มี blog
แต่ผมเชื่อว่านี่เป็นช่วงเริ่มต้น อีกไม่นานคงมีจำนวนเพิ่มขึ้นมากกว่านี้แน่นอน อย่างไรก็ตาม ก็ใช่ว่า blog จะเหมาะกับทุกธุรกิจ
มีบางธุรกิจจำเป็นอย่างยิ่งที่จะมี corporate blog หรือใช้ blog ให้เกิดประโยชน์ ในขณะที่บางธุรกิจไม่ควรมี blog ส่วนบางธุรกิจอาจจะทำเป็น CEO blog น่าจะเหมาะกว่า
ธุรกิจไหนควรมี corporate blog! ธุรกิจไหนควรทำเป็น CEO blog! และธุรกิจไหนยังไม่ควรทำ blog! ไว้ผมจะทะยอยนำ “กรณีตัวอย่าง” มาเล่าสู่กันอ่าน
วันนี้ขอนำ corporate blog ของต่างประเทศ มาฝากเป็นชิ้นที่สอง ชิ้นแรกคือ สตาร์บัค ซึ่งผมได้เขียนรีวิวไปบ้างแล้ว แต่ยังไม่ค่อยได้ลงลึกเท่าไร รับรองเดี๋ยวมีภาค 2 แน่นอนครับ
บล็อกวันนี้อยู่ในธุรกิจค้าปลีกเหมือนเดิมครับ บล็อกที่ว่าเป็นของ Walmart ยักษ์ใหญ่เบอร์หนึ่งของโลกในตอนนี้
Walmart มีช่องทางสื่อสารทางอินเตอร์เน็ตหลายชื่อด้วยกันครับ
อาทิ Walmart.com, Walmartstores.com, Helpaguybuy.com, Helpachickpick.com
ส่วนบล็อก ใช้ชื่อว่า Checkoutblog.com

บล็อกนี้ถือว่าค่อนข้างใหม่ หากเทียบกับ corporate blog อื่นๆ เพราะเปิดตัวได้เพียง 9 เดือนเท่านั้น
ในด้านคอนเท็นท์ ก็เป็นที่แน่นอนครับว่า วอลมาร์ทให้น้ำหนักกับสินค้าอุปโภคและไอทีเป็นส่วนใหญ่ เห็นได้จากการแยก categories Gadgets, Gaming, Lawn&Garden และ Movies ออกมาต่างหาก
โดยภารกิจนี้มี Blogger ผู้รับผิดชอบทั้งหมด 9 คน แบ่งหน้าที่ตามถนัด เพื่อเขียนและตอบข้อซักถาม ซึ่ง Blogger เกือบทั้งหมดก็ทำงานด้านจัดซื้อหรือด้านการตลาด อยู่กับวอลมาร์ทมานาน ชนิดรู้ที่มาที่ไปดีพอสมควร
ดูจากเนื้อหาที่เขียน ต้องบอกว่าอยู่ในแนวทางที่ดีทีเดียว คือไม่ใช่โฆษณาขายของหรือโปรโมตสินค้าใหม่ เพราะถ้าทำแบบนั้นมันก็ผิดคอนเซ็ปต์บล็อก และรับรองว่า ไม่มีใครเข้ามาอ่านแน่ๆ (มีเพียง Movies ที่ออกไปในแนวชวนซื้อ ซึ่งก็แน่นอนว่า มีคนเข้ามา comment น้อยมาก)
การเล่าที่มาที่ไปและแนวคิดของการออกแคมเปญ การปรับเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ น่าจะทำให้ลูกค้าเข้าใจถึงความหวังดีของบริษัท
การเขียนถึงความพยายามและความสำเร็จที่ไปดีลกับผู้ผลิตจนทำให้ได้สินค้าเร็ว ในราคาถูก ก็น่าจะมีผลทำให้ลูกค้าอยากเข้าร้านมากขึ้น
ที่ผมชอบ คือ การเอาไอเดียมาเทสต์ว่า สิ่งไหนลูกค้าชอบมากกว่ากัน แม้มันจะไม่ถูกต้อง 100% หรือน่าเชื่อถือเท่ากับการทำวิจัยตลาด แต่การสอบถามความคิดเห็นด้วยต้นทุนต่ำและใช้เวลาเพียงน้อยนิด ก็น่าจะนำมาใช้ได้ในระดับหนึ่ง
สไตล์การเขียนของแต่ละคน ที่บอกว่าชอบอะไร ไม่ชอบอะไร มีทั้งชมและมีทั้งติ ทำให้ corporate blog ของวอลมาร์ท ยังคงความเป็น personality (ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของบล็อก) ได้เป็นอย่างดี
สรุปแล้ว corporate blog ของวอลมาร์ท ทำได้น่าสนใจทีเดียว
แต่นี่แค่เริ่มต้น ต้องดูกันยาวๆ ครับ
May 15th, 2008
ตั้งใจจะคาบข่าวมาบอกตั้งนาน แต่ก็ลืมจนได้ ต้องขออภัยจริงๆครับ
ก็เรื่องห้างโรบินสันจะปิดกิจการสาขาสีลมในปลายเดือนนี้
ทั้งๆที่อยู่ในเหตุการณ์ “Robinson Silom Closing Down Sale 90% off” ตั้งแต่วันแรก และก็เข้าไปมีส่วนร่วมอย่างใกล้ชิด เบียดฝูงชนเข้าไปเลือกรองเท้าได้ 1 คู่ ในราคาลด 50% เอาไว้รับมือกับหน้าฝนปีนี้
แต่พอมาแจ้งข่าววันนี้ ก็ไม่รู้จะสายเกินไปหรือเปล่า?
ของในกระบะ Sale ยังพอมี ของดีๆอาจเหลือน้อยลง แต่สำหรับคนไซด์พิเศษ (ไซด์ที่คนอื่นไม่ใช้กัน) ก็น่าจะยังพอมีให้ซื้อ
หลายคนคงเซอร์ไพรซ์กับข่าวนี้ เพราะอยู่ดีๆ ห้างที่เปิดให้บริการกว่า 24 ปี ต้องปิดตัวลง
จะว่ามีปัญหาเรื่องสัญญาเช่าตึก ก็ไม่ใช่เพราะสัญญาเดิมเหลืออีกตั้ง 6 ปี
แต่นี่เป็น “ทางที่ต้องเลือก” ของโรบินสัน
แม้สาขานี้จะตั้งอยู่ใจกลางเมือง แต่ด้วยสภาพห้างที่ไม่ทันสมัย ก็ทำให้แข่งขันลำบาก
จะปรับปรุงร้าน ก็ไม่คุ้มกับการลงทุน เพราะพื้นที่เพียง 5,000 ตารางเมตร ถือว่าเล็กมาก
หากเทียบกับห้างสรรพสินค้าสมัยใหม่ที่ต้องมีพื้นที่ให้นักช็อปได้อีกสเต็บ เป็นหมื่นๆตารางเมตร
การปิดกิจการจึงเป็นทางเลือกที่ “แย่น้อยที่สุด”
แต่นี่ก็ไม่ใช่ห้างแรก ที่เลือกวิธีนี้ เพราะเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว เซ็นทรัลสาขาถนนสีลม ก็ต้องปิดตัวเองลงเช่นกัน
ทำให้ขณะนี้ เหลือเซ็นทรัลสาขาสีลมคอมเพล็กซ์ เพียงห้างเดียวบนถนนสายธุรกิจแห่งนี้
หรือว่าถนนสีลมไม่เหมาะกับค้าปลีกรูปแบบนี้?
แต่เหมาะกับกิจกรรมอย่างอื่นมากกว่า!!!
May 13th, 2008